5 สิ่งควรเปลี่ยนก่อนเปิดเทอม!! จะได้ เด่น เดิ้น ครบสูตร

อยากเปิดเทอมแบบมีความสุข สดใส ลองเปลี่ยนให้ได้ครบทั้ง 5 อย่างนี้ Go! Go! Go!

CHANGE 1 : เปลี่ยนเป้าหมาย

จากเดิมที่เคยตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะต้องเรียนให้ได้เกรดดีกว่าเดิม ในเทอมนี้ก็ลองตั้งเป้าหมายใหม่ๆ ดูบ้าง ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องเกรดเพียงอย่างเดียว เช่น ตั้งเป้าไว้ว่าเทอมนี้จะมาสายไม่เกิน 2 ครั้ง, เทอมนี้จะต้องห้ามสอบตกมิดเทอมทุกวิชา หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น เทอมนี้อาจารย์ต้องอ่านลายมือหนูออก!! เป็นต้น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระนะคะ การตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง ก็เป็นการกำหนดอนาคตให้ตัวเองด้วย
ในทางจิตวิทยา เป้าหมายที่ถูกวางไว้ จะทำให้เราพยายามทำมันให้สำเร็จค่ะ เช่น ตั้งเป้าไว้ว่าเทอมนี้ต้องมีคนชมว่าฉันสวยขึ้น ผลก็คือ น้องๆ จะหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องการกิน การนอน เพราะอยากให้คนอื่นชม ดังนั้นถ้าอยากให้อนาคตของเราเป็นยังไง ก็ตั้งเป้าหมาย สะกดจิตตัวเองไปเลย
และที่แนะนำให้เปลี่ยนเป้าหมายบ่อยๆ ก็เพื่อให้น้องๆ กระตุ้นความคิด และปลุกพลังในตัวเองออกมา ย้ำกับตัวเองว่าต้องสู้โว้ย!! แล้วเราก็จะทำได้อย่างที่หวังไว้จ้า แค่นี้ก็เดิ้นแล้ว

CHANGE 2: เปลี่ยนวิธีเรียน

การเรียนจากเทอมที่แล้ว ก็แปรผลออกมาเป็นเกรดเรียบร้อยแล้ว ถ้าน้องๆ ได้เกรดดี (ไม่ใช่เกรดDนะ) แสดงว่าวิธีเรียนและความตั้งใจของเรามาถูกทางแล้ว แต่ถ้าเทอมที่แล้วเกรดแย่กว่าเดิม ไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ เห็นทีเทอมนี้ต้องเปลี่ยนแผน!!
แนวทางการเรียนให้ได้ผลแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนแค่ตั้งใจเรียนในห้องให้เต็มที่ กลับมาไม่ต้องทบทวนก็เรียนได้ แต่บางคนเรียนตั้งแต่แปดโมงเช้ายันสองทุ่ม เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุด ผลการเรียนก็ยังไม่ดีขึ้น บางทีเกรดที่ได้อาจจะไม่ถูกโฉลกกับวิธีเรียนของเราก็เป็นได้ ฮ่าๆ
ดังนั้นใครที่เจอปัญหาเกรดแย่ทุกปี ต้องลองสำรวจวิธีการเรียนของตัวเอง และหาวิธีเรียนใหม่ได้แล้วนะคะ เช่น อาจจะต้องเปลี่ยนจากเรียนในวันธรรมดา และมานั่งอ่านทบทวนในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือนัดกลุ่มเพื่อนมาติวกันทุกเดือน เทอมหน้าอาจจะขยับจากเกรด 2 เด้งมาเป็นเกรด 4 ก็ได้ใครจะไปรู้  โอ้เย่!!

CHANGE 3: เปลี่ยนสังคม

เปลี่ยนสังคมในที่นี้ไม่ได้ให้น้องๆ อพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่นนะ แต่หมายถึง การเข้าสู่สังคมอื่นๆ ในโรงเรียน เช่น หากเพิ่งขึ้น ม.1 หรือ ม.4 ก็ต้องรู้จักเข้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนๆ แต่ถ้าเราเรียนที่เดิม แต่มีเพื่อนใหม่เข้ามา ก็อย่าปล่อยให้เด็กใหม่ต้องมึนงง เหงาหงอย เข้าไปพูดคุย ทักทาย เป็นการสร้างมิตรภาพดีๆ ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้การเปลี่ยนสังคม ยังหมายถึง การทำกิจกรรมของโรงเรียนให้มากขึ้น เพราะพี่มิ้นท์เชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่อยู่เฉยๆ แล้วจะรู้จักคนทั้งโรงเรียน ดังนั้นการทำกิจกรรมไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ น้องๆ ก็จะได้รู้จักกลุ่มคนใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ทำงานกีฬาสี ได้เพื่อนต่างห้อง แถมยังได้รู้จักรุ่นน้องที่ขึ้นแสตนด์ หรือ เข้าร่วมวงโยธวาทิตของโรงเรียน ก็มีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเป็นสิบๆ คน

การได้พาตัวเองไปเข้าสังคมที่แตกต่างกัน จะช่วยสร้างออร่าให้กับน้องๆ ได้นะคะ อย่างน้อยก็ได้เพื่อน ได้รู้ความคิดและทัศนคติของคนอื่นๆ มากขึ้น ที่สำคัญ คือ น้องๆ ก็จะมีทักษะการเข้าสังคม การทำงานร่วมกับผู้อื่น ยิ่งเราสะสมประสบการณ์เข้ามากๆ ก็ยิ่งเป็นการสะสมเพื่อน อนาคตมิตรภาพเหล่านี้มีประโยชน์แน่นอน บางทีหน้าตาเราไม่ต้องดี แต่มีคนรู้จักเป็นร้อยเป็นพัน ก็มีเสน่ห์แล้ว

CHANGE 4: เปลี่ยนเวลานอน

หลายคนใช้ชีวิตช่วงปิดเทอมกะให้คุ้มสุดๆ วันนึงมี 24 ชั่วโมง แต่นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพราะต้องดูซีรีย์เกาหลีทุกคืน ดังนั้นช่วงนี้จะบ่มเพาะนิสัยการนอนดึกของน้องๆ กลายเป็นว่าให้ไปนอน 4 ทุ่มอย่างเก่าก็ไปหลับเอาตี3 เหมือนเดิม ถ้าเปิดเทอมเมื่อไหร่ล่ะก็ เสร็จแน่ๆ เลย ดังนั้นช่วงเวลาก่อนเปิดเทอมซัก 1-2 อาทิตย์ ลองลากตัวเองลงหมอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ค่อยๆ ปรับ จากตี 3 มาเป็นตี 2 มาเป็นเที่ยงคืน จนสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนเวลานอนให้เท่ากับตอนเปิดเทอมให้ได้ และที่สำคัญฝึกวินัยในการตื่นด้วยนะเออ

เหตุผลที่ควรเปลี่ยนเวลานอนไม่ใช่แค่เรื่องกลัวจะนอนไม่หลับ หรือหลับแล้วไม่ตื่นหรอกค่ะ แต่การนอนแต่หัวค่ำ ยังทำให้เรามีสุขภายกายและใจที่ดี ตื่นเช้ามาสมองก็ปลอดโปร่ง หน้าตาก็สดใส ขอบตาไม่ดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าให้ต้องอายเพื่อน ถ้าน้องๆ เปลี่ยนเวลานอนให้เร็วขึ้นและดูแลสุขภาพให้ดี น้องๆ ก็จะหน้าตาแจ่มใส เปล่งประกายความน่ารักออกมา โดยไม่ต้องไปเสียเวลาขัดหน้า มาร์คหน้าให้เปลืองตังค์เลยค่ะ

CHANGE 5: เปลี่ยนเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย

ถ้าหากเสื้อผ้าชุดเดิมเริ่มเก่า ขาด หรืออมเหลือง เหมือนผ่านศึกทะเลทรายมาเยอะ พี่มิ้นท์แนะนำว่าลองซื้อเสื้อนักเรียนใหม่ซักตัวนึง (ตัวเดียวก็พอนะคะ) ที่สำคัญ คือ ไม่ต้องซื้อในราคาที่แพงมาก ซึ่งการได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ จะทำให้เราดูสะอาด สดใส รับรองว่าวันแรกที่ใส่ไปต้องโดนเพื่อนแซวว่าเสื้อใหม่แน่ๆ แถมยังดูเฟรชสุดๆ เหมือนเวลาได้เห็นน้องๆ ม.1 ม.4 ใส่ชุดใหม่มาโรงเรียนก็อยากจะใส่แบบนั้นบ้าง นอกจากจะเสริมบุคลิกของเราให้ดูดีขึ้นในสายตาคนอื่นแล้ว ก็ยังเสริมความมั่นใจของตัวเองได้อีกเป็นกองเลยทีเดียว

แต่ถ้าใครคิดว่าหนูซักผ้าสะอาดมากค่ะ ใส่มา 3 ปีแล้วยังใหม่เอี่ยมอยู่เลย พี่มิ้นท์ต้องขอชมเชยและแนะนำกลับไปว่าใส่เสื้อตัวเดิมดีแล้ว และไปเน้นเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย เช่น ขัดรองเท้าให้เงาวิ๊ง ซักรองเท้าผ้าใบให้ขาวจั๊วะ หรือ รีดผ้าให้เรียบ กลีบคมกริบ เป็นต้น แค่นี้เชื่อว่าเปิดเทอมใหม่ น้องๆ ทุกคนจะกลายเป็นเด็กมาดเนี้ยบสุดๆ เลย

นอกจากนี้ในช่วงเปิดเทอมก็เหมือนเป็นช่วงโชว์ของใหม่ ดินสอใหม่ ปากกาใหม่ สมุดเล่มใหม่ ก็เอาเป็นว่าเตรียมของให้พอดีพองาม ของใหม่ทำให้เราอยากจะเรียนมากขึ้น แต่ก็ต้องดูกำลังทรัพย์ อย่าทำให้พ่อแม่เดือดร้อนนะจ๊ะเด็กๆ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ตื่นเต้นกับการเปิดเทอมบ้างรึยัง ส่วนตัวแล้วอยากกลับไปเรียนมัธยมมากๆ เพราะเป็นวัยที่สนุกที่สุด แถมอาหารในโรงเรียนก็ราคาถูกสุดๆ ด้วย 🙂 รวมถึงรุ่นพี่คนนั้น..ที่เคยแอบมองทุกวันด้วยนะ ^^

Cr. : dek-d.com

รูปภาพประกอบจาก Internet