“32 เรื่อง”…ที่อาจเกิดขึ้นในบ้านเรา พร้อมรับมือหรือยัง?

ให้ได้ลองคิดดูว่า เรื่องที่บอกมานี้อีกหน่อยจะกลายเป็นจริงไหม ความคิดเห็นต่อสถานการณ์ปัจจุบันรวมทั้งมุมมองต่างๆ ที่น่าสนใจ

1. เริ่มเห็นกันแล้วนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปมากไม่ใช่เพราะเรือล่มอีกแล้ว แต่เป็น

เพราะในประเทศจีนเองก็เจอปัญหาหนักมาก ทั้งคนที่เที่ยว และ ออกมาลงทุน

หายไปจากปัจจัยใหญ่กว่าที่เราจะทำความเข้าใจได้มากนัก

2. ที่อสังหาริมทรัพย์ต่างๆเพิ่มขึ้นแต่คนจมทุน โดยเฉพาะคอนโดที่เราก็เห็นว่า

โอเวอร์ซัพพลายมานานแล้ว เริ่มออกอาการชัดเจน เนื่องจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะ

ที่มีพวกแนะนำให้คนไปจมเงินกู้ เช่น การไปสอนคนกู้เงินเกินมากๆ เพราะอยากได้นายหน้า

ยกตัวอย่าง คนที่ไม่เคยมีเงินกู้คอนโดเลย ก็มีคนสอนให้กู้พร้อมกันห้าที่ เงินเดือนห้าหมื่น

กู้พร้อมกันห้าคอนโดผ่าน เพราะยังไม่เคยมีประวัติ และ ก็จะผ่านพร้อมกัน ได้เงินเกินจำนวน

หลายล้านและมีหนี้ระดับสิบล้าน และมีคนเป็นแบบนี้จำนวนมาก คิดว่าจะเอาค่าเช่ามาผ่อน

แต่ค่าเช่าก็ไม่พอ และ ไม่มีคนเช่า

 

3. ใครที่ฟุ้งเฟ้อมากกว่ารายได้ที่มี ขอให้อย่าสร้างหนี้เพิ่ม เพราะดอกเบี้ย

คือพลังทวีอย่างมาก อย่าใช้จ่ายเกินตัว หากวันหนึ่งที่เกิดวิกฤติจะเอาตัวไม่รอด

 

4. แล้วก็หนี้สินที่มีอยู่ตอนนี้ เป็น หนี้สินที่ดอกเบี้ยต่ำสุด ถ้าดอกเบี้ยนโยบายขึ้น

เพียง หลักสตางค์ บาท สองบาท หายนะของคนเป็นหนี้ทันที เช่นบ้านเคยผ่อนต้น

หมื่น ดอกเบี้ย สองหมื่น ในยอดผ่อนสามหมื่น จะกลายเป็นดอกเบี้ยแทบทั้งหมดในทันที

 

5. การที่เงินยังไหลเข้าในตลาดบ้านเราที่เรทต่ำกว่าโลก อย่าดีใจ เพราะเขาต้องการ

ถือเงินบาท เพื่ออะไรบางอย่างเท่านั้น

 

6. การที่บริษัทใหญ่ๆ ช่วงที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ออกบอนด์กันบานตะไท มีสองอย่างคือ

หนึ่งขาดสภาพคล่องจริง ซึ่งเรทติ้งจะตกอีกไม่ช้า จากผลประกอบการจึงต้องรีบ

ออกบอนด์ในเรทที่ยังไม่เป็น junk bonds อีกอย่างคือ บริษัทที่ทราบว่าดอกเบี้ย

จะเป็นขาขึ้นแล้วจึง lock อัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ เพราะ เมื่อดอกเบี้ย ลอยตัว

ต่อให้เป็น บลจ. ต้นทุนก็จะสูงขึ้นมากอยู่ดี

7. ใครทำงานแบงค์ให้รีบมองหางานใหม่ก่อนที่จะถูกลดคนพร้อมๆ กันจากระบบใหม่

และ ตอนนั้นจะหางานทำยากมาก เพราะจะมีคนที่ออกจาก sector นี้หลักหมื่นคนพร้อมกัน

 

8. อาชีพขายประกันจะเริ่มถดถอย เพราะ มีการแข่งขันที่สูงขึ้น และ ลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลาย

โดยเฉพาะ บริษัทที่สร้างระบบ ecosystem ครบวงจรมา โดยตัดระบบตัวแทนทิ้งหมด

 

9. คนทำธุรกิจ อย่า cut ตัวเองตอนที่ไม่เหลืออะไรให้คัท เหมือนหุ้น

 

10. หนี้เสีย NPL ที่ประกาศน้อยกว่าจริงมาก และ ต่อให้ประกาศจริง ของจริงก็มากกว่า

นั้นอีกเยอะมาก ซึ่งจะทำให้แบงค์เซได้ อย่างมีนัยยะ

 

11. อสังหา ธุรกิจที่พึ่งลูกค้าต่างชาติตอนนี้เหนื่อย เพราะ พวกเขาเองก็เหนื่อยมากจริงๆ

 

12. คอนโดดีๆ ที่เราชอบ ให้วนดูให้ถูกใจ และ รอซื้อตอนแฮคัทของแบงค์ต่างๆ ค่อยยื่น

กู้ซื้อในเงื่อนไขที่ดีมาก เพราะคนที่ถือเก็งกำไรและไม่สามารถจ่ายได้มีจำนวนมากในขณะนี้

13. ที่ดินตอนนี้ ขายยากมาก เพราะเงินในระบบหายไปมากจริงๆ

 

14. สกุลเงินดิจิตอล และ เหรียญต่างๆ น่าจะออกแบบมาเพื่อทดสอบระบบและทำหน้าที่

Burn cash ทิ้งจากการพิมพ์เงินตลอดเวลา ​ซึ่งเป็นการ burn ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

 

15. Block Chain เป็นอะไรที่เจ๋งมากถ้าใช้ถูกจุดประสงค์ เช่นการระดมทุน เพราะ fraud ยากมาก

 

16. หุ้น softbank น่าซื้อเก็บไว้เป็นหุ้นแห่งอนาคต แต่ต้องใช้เงินที่ตัดลงทุนระยะยาว ไม่ควรเก็งกำไร

17. โลกแห่งหุ้นพื้นฐานดีจะหมดไปเรื่อยๆ เพราะแทบจะไม่มีธุรกิจที่ยั่งยืนใน พื้นฐานโลกใหม่ที่กำลังจะดำเนินไป

 

18. เริ่มเห็นการเร่งการใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมั น ธุรกิจหุ้นในน้ำ มั น จึงควรพิจารณาให้ดี

โดยเฉพาะคนที่ซื้อกองทุนเพื่อลดภาษี LTF LMF ลงในหุ้นพลังงานแทบทั้งนั้น

และในแบงค์ใหญ่ ซึ่ง แบงค์กำลังจะมีปัญหาจากหนี้เสียจำนวนมากแบบควบคุมไม่ได้

และ พลังงานจะเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่ปีอย่างมีนัยยะ ให้มองการลงทุนมากกว่าแค่การลดภาษี

 

19. ในปีหน้า จะมีการ Roll over Bonds อย่างต่ำ ประมาณห้าแสนล้าน และ

บางส่วนก็ไม่รู้จะ roll ผ่านหรือไม่ และ อาจจะมีการลด rating ในหลายบริษัทที่ไม่ผ่าน

 

20. การที่หนี้เสียแค่บริษัทใหญ่ๆ บริษัทเดียวกระเทือนไปทั้งตลาด ถ้ามีแบบนี้หลาย บริษัท ไม่ต้องพูดถึง

 

21. AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ จะเข้ามาแทนในสิ่งที่เราคิดไม่ถึงมาก อย่างไม่น่าเชื่อ และ การที่ไม่เชื่อว่า

จะมาแทนขนาดนั้น ก็เหมือนกับที่รุ่นพ่อแม่เราไม่คิดว่าโลกทุกอย่างจะมารวม ในมือถือเครื่องเดียวได้ขนาดนี้

 

22. ไม่ใช่เราบริหารไม่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ระดับโลกหลายๆประเทศก็ทรุดตัวลงพร้อมๆ กัน

โดยที่ไม่มีภูมิภาคไหนดีเลย ซึ่งหมายความว่า จากที่เคยแย่ส่งออก ดีในประเทศ

หรือแย่ในประเทศ ดีส่งออก แต่จะกลับเป็น แย่ในทั้งภาคบริโภคภายใน และ ส่งออกพร้อมกัน

 

23. แล้วสิ่งที่เราเจออยู่คือ Bubble ของ อสังหาริมทรัพย์ หุ้น เดริเวอร์ทีฟ หนี้

พร้อมกันทุกอย่าง ซึ่งไม่รู้จะแก้ยังไง จึงค่อยๆ ซึมลง เพราะทุกปัญหาหากมีทางแก้

ชัดเจน ก็จะ crash ลงและ correction ตัวเอง

 

24. ทุกอย่างที่จะเป็นโค้ชพารวย แล้วใช้ชีวิตดีหรูหรา พาเที่ยว ถ้ามีจริง

คงไม่มีใครอยากทำงานหนัก อย่าไปโลภมาก อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ

เพราะความเสียหายจากสิ่งเหล่านี้มาก และ ซ้ำไปมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

 

25. ต้องให้ระวังการถือ Bonds ต่างๆ อย่างที่สุด เพราะพวกเราถูกสอนให้เชื่อใน

credit rating แล้วให้ยืมเงิน และ เอาสิทธิ์เจ้าหนี้มาเฉยๆ ในบริษัทที่ล้มหลายบริษัท

ตอนออกหุ้นกู้ เรทติ้งก็ยังดีอยู่แต่ทำไมถึงล้ม ทั้งต่างประเทศ และในบ้านเราเร็วๆนี้

(มีทั้งเจ้าหนี้ภายนอกด้วย) ให้รักษาเนื้อรักษาตัวระวังเงินต้นที่มีให้ดี

บางทีหุ้นกับบอนด์ หุ้นยังปลอดภัยกว่า

 

26. ถ้ารอบนี้คนเก่งชอต แบงค์ใหญ่จะได้เงินก้อนใหญ่

เพราะเป็นที่แน่นอนว่าหนี้เสียในระบบไม่น่าจะควบคุมได้ และ ผิดนัดชำระบานตะไท

 

27. อีกไม่เกินสิบปี ในหลายประเทศไม่ได้เปลี่ยน รถเครื่องยนต์ธรรมดาเป็น EV car

แต่จะเทิร์นไปสู่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเลย โดยเฉพาะเมืองจี น จะเร่งวางระบบใหม่

ซึ่งฟังดูดี แต่ธุรกิจที่เกี่ยวกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ประเภทเก่า รถยนต์ดีเซลจะถูกโละไป

จะทำให้หลายอุตสาหกรรมหมดไปจากที่เห็นๆ เช่น โรงงานที่ทำส่วนประกอบ

ทั้งหมดของรถยนต์ เต๊นรถ ช่างตามอู่ทั่วไป แม้แต่อุตสาหกรรมที่ใหญ่สุดๆ เช่น

พลังงานน้ำมั น มีโอกาสจะกระทบแบบยิ่งใหญ่ มากๆ

28. ทองคำยังมีค่าเสมอ เวลาค่าเงินมีปัญหาให้เรียนรู้จากหลายๆ ประเทศที่ค่าเงินลดอย่างรุนแรง

และ คนที่มีทองคำอยู่ในมือ จะสามารถเปลี่ยนไปแลกค่าเงินใดก็ได้ในโลก

 

29. วันนี้นักลงทุนรายใหญ่ของโลกหลายคน และ บริษัทเข้าไปถือ เหมืองทอง

อย่างมีนัยยะ ถ้าไม่ดีเขาจะถือไว้ด้วยเหตุอันใด โดยเฉพาะตระกูลใหญ่ๆที่มีอำนาจ

 

30. บอนด์จะเป็นชนวนการเกิด crisis ใหญ่ในรอบนี้อย่างมีนัยยะ

 

31. Leverage ทางการเงิน แค่ใช้ไม่เป็นก็แย่แล้ว นี่กำลังจะเป็นขาขึ้นของดอกเบี้ย

เต็มอัตราอีกไม่นาน

32. เศรษฐกิจพอเพียง สามารถช่วยเราได้ ถ้าเราไม่สร้างหนี้มากเกินไป อย่างน้อยเรา

ก็มีดินดีแทบทุกจังหวัด สามารถปลูกผัก ปลูกผลไม้ทานได้ พอให้เรามีกินมีใช้

ไม่เหมือนในหลายๆ ประเทศ

ขอบคุณที่มาจาก : bitcoretech.com